แอดมินมีบริการรับตรวจทาน แก้ไข resume ของทุกคนค่ะ จบใหม่ เปลี่ยนงาน มีประสบการณ์แล้ว ตรงไหนไม่แน่ใจ คิดไม่ออก เขียนไม่ถูก มาค่ะ ส่งมา แอดดูแลให้
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้ไขเรซูเม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้ไขเรซูเม่ แสดงบทความทั้งหมด
แอดมินบริการรับตรวจทาน Resume
สวัสดีจ้า
แอดมินมีบริการรับตรวจทาน แก้ไข resume ของทุกคนค่ะ จบใหม่ เปลี่ยนงาน มีประสบการณ์แล้ว ตรงไหนไม่แน่ใจ คิดไม่ออก เขียนไม่ถูก มาค่ะ ส่งมา แอดดูแลให้
| สามารถส่งเป็นไฟล์ word ให้แอดได้นะคะ เอาที่ทุกคนเขียนเตรียมไว้แล้วนั่นแหละค่ะ ส่งมาเลย แอดจะแก้ให้ในไฟล์เลย ประโยคไหนเขียนภาษาอังกฤษไม่ได้ เขียนภาษาไทยมา แอดมินเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษให้ค่ะ
แอดมินมีบริการรับตรวจทาน แก้ไข resume ของทุกคนค่ะ จบใหม่ เปลี่ยนงาน มีประสบการณ์แล้ว ตรงไหนไม่แน่ใจ คิดไม่ออก เขียนไม่ถูก มาค่ะ ส่งมา แอดดูแลให้
แก้ปัญหาการเขียน resume ที่ทำให้เราไม่ได้งาน
1. ทำไมเขียน resume ภาษาอังกฤษสมัครงาน แต่ไม่ได้งานสักที
credit
ลองเปลี่ยนวิธีการเขียนเรซูเม่แบบเดิม ๆ มาเป็นวิธีการเขียน resume แบบมีฟอร์แมต (format) หรือรูปแบบ ที่จะช่วย support คุณสมบัติหรือทักษะที่เรามีให้โดดเด่นขึ้นมา หรือในบางครั้งก็ช่วยกลบจุดด้อยของเราได้ โดยเลือกฟอร์แมตที่เหมาะกับคุณสมบัติที่เรามี หากต้องการเน้น Skills ก็ให้เลือกฟอร์แมตที่เน้นทักษะ ดูตัวอย่างรูปแบบหรือฟอร์แมตในการเขียนเรซูเม่
ได้ที่
หรือถ้าเราไม่ได้เขียนจุดมุ่งหมายในการทำงาน/Job Objective ทางบริษัทที่รับสมัครอาจจะไม่ทราบเลยก็ได้ว่าเราต้องการสมัครงานตำแหน่งอะไร
หรืออาจลองเพิ่มหัวข้อ Special Interests ใน resume ดูสิคะ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเรซูเม่ได้ จะรวบรวมความสนใจ/ความชอบส่วนตัวหรือบุคลิกลักษณะนิสัยส่วนตัวที่เหมาะกับตำแหน่งงาน รวมถึงคอร์สอบรมต่าง ๆ ที่เข้าร่วม ก็อนุโลมไว้ในหัวข้อนี้ได้ทั้งนั้นค่ะ
ใครสมัครงานหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเรียกสัมภาษณ์หรือยังไม่ได้งานสักที ลองส่ง resume มาให้แอดดูได้นะคะ ตามอีเมล์นี้ ad.warisara@gmail.com แอดจะช่วยแก้ให้ค่ะ
2. ทำไม format ในการเขียน resume ภาษาอังกฤษ ถึงสำคัญนักหนา
ฟอร์แมตสำหรับเรซูเม่ภาษาอังกฤษเพื่อสมัครงานนั้นเป็นรูปแบบในการนำเสนอประวัติการทำงานของผู้สมัครในแบบที่จะทำให้ผู้สมัครงานดูดีที่สุด รูปแบบการนำเสนอที่ต่างกันก็จะสร้างการรับรู้ที่ต่างกันให้กับผู้อ่านเรซูเม่ ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป อยู่ที่ว่าเรามีคุณสมบัติเหมาะกับ format ไหน พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นวิธีการพรีเซนต์ตัวเรานั่นเองค่ะ
3. มีใบเซอร์เยอะมาก รวบรวมเขียนใน resume ทั้งหมดเลยดีมั้ย จะได้ดูมีคุณสมบัติเยอะดี
HR ไม่ชอบอ่านเรซูเม่ยาว ๆ ค่ะ ถ้ายาวแต่ตรงประเด็นก็โอเค แต่ถ้ายาวแล้วนอกเรื่องเยอะล่ะก็ อาจจะพาลไม่อ่านส่วนที่เหลือก็เป็นได้ ในกรณีนี้ เราควรเลือกเขียนรางวัลหรือใบประกาศนียบัตรที่เกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สมัครจะดีกว่าค่ะ ซึ่งจะทำให้เนื้อหาใน resume ไม่ออกนอกประเด็นและไม่ยาวเกินไป
4. เขียนทักษะ skills อะไรใน resume ดี?
ทักษะที่ควรเขียนในเรซูเม่นั้นมีหลายประเภทแตกต่างกันไปตามตำแหน่งงานที่ต้องการสมัครค่ะ วิธีการที่จะรู้ว่า เราควรเขียนทักษะอะไรใน resume คือ ดูว่าตำแหน่งงานที่เราต้องการสมัครนั้น ใช้ทักษะอะไรบ้างในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานในตำแหน่งนั้น ก็คือทักษะที่เราควรเขียนในเรซูเม่นั่นเอง จากนั้นก็พิจารณาดูว่า เรามีประสบการณ์ทำงานอะไรบ้างตามทักษะนั้น แล้วเรียบเรียงเป็นประโยคให้สวยงาม
ตัวอย่าง
ตำแหน่ง Sales = Communication Skills, Interpersonal Skills, Negotiation and Persuasion Skills, Marketing Skills, Ability to work under pressure, Problem Solving Skills, Teamwork Skills
ตำแหน่ง Secretary = Organizational Skills, Communication Skills, Clerical or Detailed Skills, Time Management Skills, Problem Solving Skills, Computer Skills
5. การเขียนทักษะใน resume คืออะไร
หัวข้อทักษะในเรซูเม่นั้นเป็นการเขียนอธิบายประสบการณ์ทำงานของเราใน Resume เช่นกันค่ะ เพียงแต่เราต้องการเน้นบอก HR ถึงทักษะที่เรามี ซึ่งเราได้มาจากการทำงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา หรือเป็นการบอกว่า เรามีประสบการณ์ในการทำงานนี้มามาก จนกลายเป็น Skills หรือทักษะที่เราเชี่ยวชาญมากนั่นเอง
6. เขียนเกรดเฉลี่ยในเรซูเม่ดีรึเปล่า?
พิจารณาโดยดูว่า หากการเขียนเกรดเฉลี่ยจะเป็นการส่งเสริมตัวเรา ก็ควรเขียนค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นหากนายจ้างไม่ได้ระบุว่าต้องเขียน ก็ไม่ได้มีกฎว่าจำเป็นต้องเขียนค่ะ
7. Resume สั้น ๆ VS Resume ยาว ๆ
เรซุเม่สั้น ๆ หมายถึง เรซูเม่ที่มีเนื้อหาไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 เหมาะกับผู้สมัครงานที่สมัครในตำแหน่งทั่วไป ไม่ใช่ตำแหน่งงานระดับสูงหรือตำแหน่งที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทางมากนัก
เรซูเม่ยาว ๆ คือ เรซูเม่ที่มีความยาวตั้งแต่ 2-3 หน้ากระดาษ A4 ขึ้นไป เหมาะกับตำแหน่งหัวหน้างานระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้ที่มีประสบการณ์มาก
การเขียน resume สมัครงานทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเขียนกี่หน้าก็ไม่มีคำว่าผิดค่ะ เพียงแต่โดยทั่วไป HR อาจไม่มีเวลาอ่านเรซูเม่มากนัก เราจึงนิยมเขียน resume ให้มีเนื้อหากระชับและตรงประเด็นที่สุดใน 1 หน้ากระดาษ A4 แต่หากเป็น resume สำหรับหัวหน้างานระดับสูงหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านซึ่งมีปสก.มากและต้องแจกแจงรายละเอียดมาก การเขียนเรซูเม่หลายหน้าเป็นเรื่องปกติและเหมาะสมค่ะ
8. จำเป็นต้องมีหัวข้อบุคคลอ้างอิงในเรซูเม่หรือไม่
เราสามารถเลือกที่จะเขียนหรือไม่เขียนบุคคลอ้างอิงในเรซูเม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสม หรือเลือกที่จะเขียนแบบกลาง ๆ ก็ได้ โดยการขึ้นหัวข้อบุคคลอ้างอิง (References) ไว้ใน resume และเขียนประโยคนี้ลงไป "Available upon request" เท่านั้น HR จะทราบได้ว่าเรามีบุคคลที่สามารถอ้างอิงได้นะ และเราจะจัดหามาให้ถ้าต้องการ
9. เขียน Job Objective ใน resume อย่างไร
การเขียนจุดมุ่งหมายในการทำงานหรือจุดมุ่งหมายในอาชีพให้ดี ควรที่จะเขียนคุณสมบัติที่ดีในตัวเราในทางที่จะเป็นประโยชน์กับองค์กรที่เราสมัครงาน เขียนอะไรได้บ้าง ดูได้ที่
10. ทำไมต้องเขียนจุดมุ่งหมายในการทำงาน/Job Objective
การเขียนจุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์ในการทำงานนั้น ก็คือ การเขียนเพื่อบอกจุดประสงค์ในการสมัครงาน หรืออย่างน้อยก็เพื่อบอกตำแหน่งที่ต้องการสมัคร ว่าต้องการสมัครงานตำแหน่งอะไร หากเราไม่เขียนหัวข้อ Job Objective นี้ แต่เราเขียนบอกตำแหน่งที่เราต้องการสมัครไว้ในหัวข้ออื่น เช่น Summary ก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าไม่ได้เขียนชื่อตำแหน่งที่ต้องการสมัครไว้ที่ใดเลย HR อาจสับสนว่าเราต้องการสมัครงานตำแหน่งอะไร อย่างน้อยให้เขียนชื่อตำแหน่งที่ต้องการสมัครไว้ก็ยังดีค่ะ
11. ต้องการเปลี่ยนสายงาน เขียนเรซูเม่อย่างไร
เริ่มต้นด้วย การหาจุดเชื่อมโยงกันระหว่างตัวเรา กับงานในปัจจุบัน และตำแหน่งในสายงานใหม่ที่ต้องการสมัคร ว่ามีสิ่งใดที่นำมาเป็นจุดเด่นในการเขียน resume ได้บ้าง อาจเป็น
เขียนเฉพาะหัวข้อที่เรามีคุณสมบัติ แล้วอธิบายรายละเอียดเป็นหัวข้อย่อยเรียงลำดับลงมา ฟอร์แมตแบบ functional จะช่วยเน้นทักษะและดึงจุดเด่นในตัวเราออกมาได้ และแอดมินแนะนำฟอร์แมตการเขียนแบบผสมที่จะช่วยให้เข้าใจทั้งเรื่องทักษะและลำดับเวลาง่ายขึ้น
12. ไม่แน่ใจว่าจะใช้ Tense อะไรในการเขียน resume ภาษาอังกฤษ?
ขอบคุณรูปภาพจาก www.freepik.com
ใครสมัครงานหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเรียกสัมภาษณ์หรือยังไม่ได้งานสักที ลองส่ง resume มาให้แอดดูได้นะคะ ตามอีเมล์นี้ ad.warisara@gmail.com แอดจะช่วยแก้ให้ค่ะ
2. ทำไม format ในการเขียน resume ภาษาอังกฤษ ถึงสำคัญนักหนา
ฟอร์แมตสำหรับเรซูเม่ภาษาอังกฤษเพื่อสมัครงานนั้นเป็นรูปแบบในการนำเสนอประวัติการทำงานของผู้สมัครในแบบที่จะทำให้ผู้สมัครงานดูดีที่สุด รูปแบบการนำเสนอที่ต่างกันก็จะสร้างการรับรู้ที่ต่างกันให้กับผู้อ่านเรซูเม่ ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป อยู่ที่ว่าเรามีคุณสมบัติเหมาะกับ format ไหน พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นวิธีการพรีเซนต์ตัวเรานั่นเองค่ะ
- Chronological Format Resume ฟอร์แมตในการเขียนเรซูเม่แบบเรียงตามลำดับเวลา
- Functional Format Resume ฟอร์แมตในการเขียนเรซูเม่แบบเน้นทักษะ
- Combination Format Resume ฟอร์แมตในการเขียนเรซูเม่แบบผสม
- เปรียบเทียบ format ทั้ง 3 แบบใน resume
3. มีใบเซอร์เยอะมาก รวบรวมเขียนใน resume ทั้งหมดเลยดีมั้ย จะได้ดูมีคุณสมบัติเยอะดี
HR ไม่ชอบอ่านเรซูเม่ยาว ๆ ค่ะ ถ้ายาวแต่ตรงประเด็นก็โอเค แต่ถ้ายาวแล้วนอกเรื่องเยอะล่ะก็ อาจจะพาลไม่อ่านส่วนที่เหลือก็เป็นได้ ในกรณีนี้ เราควรเลือกเขียนรางวัลหรือใบประกาศนียบัตรที่เกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สมัครจะดีกว่าค่ะ ซึ่งจะทำให้เนื้อหาใน resume ไม่ออกนอกประเด็นและไม่ยาวเกินไป
4. เขียนทักษะ skills อะไรใน resume ดี?
ทักษะที่ควรเขียนในเรซูเม่นั้นมีหลายประเภทแตกต่างกันไปตามตำแหน่งงานที่ต้องการสมัครค่ะ วิธีการที่จะรู้ว่า เราควรเขียนทักษะอะไรใน resume คือ ดูว่าตำแหน่งงานที่เราต้องการสมัครนั้น ใช้ทักษะอะไรบ้างในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานในตำแหน่งนั้น ก็คือทักษะที่เราควรเขียนในเรซูเม่นั่นเอง จากนั้นก็พิจารณาดูว่า เรามีประสบการณ์ทำงานอะไรบ้างตามทักษะนั้น แล้วเรียบเรียงเป็นประโยคให้สวยงาม
ตัวอย่าง
ตำแหน่ง Sales = Communication Skills, Interpersonal Skills, Negotiation and Persuasion Skills, Marketing Skills, Ability to work under pressure, Problem Solving Skills, Teamwork Skills
ตำแหน่ง Secretary = Organizational Skills, Communication Skills, Clerical or Detailed Skills, Time Management Skills, Problem Solving Skills, Computer Skills
5. การเขียนทักษะใน resume คืออะไร
หัวข้อทักษะในเรซูเม่นั้นเป็นการเขียนอธิบายประสบการณ์ทำงานของเราใน Resume เช่นกันค่ะ เพียงแต่เราต้องการเน้นบอก HR ถึงทักษะที่เรามี ซึ่งเราได้มาจากการทำงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา หรือเป็นการบอกว่า เรามีประสบการณ์ในการทำงานนี้มามาก จนกลายเป็น Skills หรือทักษะที่เราเชี่ยวชาญมากนั่นเอง
6. เขียนเกรดเฉลี่ยในเรซูเม่ดีรึเปล่า?
พิจารณาโดยดูว่า หากการเขียนเกรดเฉลี่ยจะเป็นการส่งเสริมตัวเรา ก็ควรเขียนค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นหากนายจ้างไม่ได้ระบุว่าต้องเขียน ก็ไม่ได้มีกฎว่าจำเป็นต้องเขียนค่ะ
7. Resume สั้น ๆ VS Resume ยาว ๆ
เรซุเม่สั้น ๆ หมายถึง เรซูเม่ที่มีเนื้อหาไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 เหมาะกับผู้สมัครงานที่สมัครในตำแหน่งทั่วไป ไม่ใช่ตำแหน่งงานระดับสูงหรือตำแหน่งที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทางมากนัก
เรซูเม่ยาว ๆ คือ เรซูเม่ที่มีความยาวตั้งแต่ 2-3 หน้ากระดาษ A4 ขึ้นไป เหมาะกับตำแหน่งหัวหน้างานระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้ที่มีประสบการณ์มาก
การเขียน resume สมัครงานทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเขียนกี่หน้าก็ไม่มีคำว่าผิดค่ะ เพียงแต่โดยทั่วไป HR อาจไม่มีเวลาอ่านเรซูเม่มากนัก เราจึงนิยมเขียน resume ให้มีเนื้อหากระชับและตรงประเด็นที่สุดใน 1 หน้ากระดาษ A4 แต่หากเป็น resume สำหรับหัวหน้างานระดับสูงหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านซึ่งมีปสก.มากและต้องแจกแจงรายละเอียดมาก การเขียนเรซูเม่หลายหน้าเป็นเรื่องปกติและเหมาะสมค่ะ
8. จำเป็นต้องมีหัวข้อบุคคลอ้างอิงในเรซูเม่หรือไม่
เราสามารถเลือกที่จะเขียนหรือไม่เขียนบุคคลอ้างอิงในเรซูเม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสม หรือเลือกที่จะเขียนแบบกลาง ๆ ก็ได้ โดยการขึ้นหัวข้อบุคคลอ้างอิง (References) ไว้ใน resume และเขียนประโยคนี้ลงไป "Available upon request" เท่านั้น HR จะทราบได้ว่าเรามีบุคคลที่สามารถอ้างอิงได้นะ และเราจะจัดหามาให้ถ้าต้องการ
9. เขียน Job Objective ใน resume อย่างไร
การเขียนจุดมุ่งหมายในการทำงานหรือจุดมุ่งหมายในอาชีพให้ดี ควรที่จะเขียนคุณสมบัติที่ดีในตัวเราในทางที่จะเป็นประโยชน์กับองค์กรที่เราสมัครงาน เขียนอะไรได้บ้าง ดูได้ที่
- ดูตัวอย่างวิธีเขียนและเคล็ดลับการเขียนจุดมุ่งหมายในอาชีพ
- ดูตัวอย่างการเขียนจุดมุ่งหมายในอาชีพสำหรับนักศึกษาจบใหม่ / ฝึกงานโดยเฉพาะ
10. ทำไมต้องเขียนจุดมุ่งหมายในการทำงาน/Job Objective
การเขียนจุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์ในการทำงานนั้น ก็คือ การเขียนเพื่อบอกจุดประสงค์ในการสมัครงาน หรืออย่างน้อยก็เพื่อบอกตำแหน่งที่ต้องการสมัคร ว่าต้องการสมัครงานตำแหน่งอะไร หากเราไม่เขียนหัวข้อ Job Objective นี้ แต่เราเขียนบอกตำแหน่งที่เราต้องการสมัครไว้ในหัวข้ออื่น เช่น Summary ก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าไม่ได้เขียนชื่อตำแหน่งที่ต้องการสมัครไว้ที่ใดเลย HR อาจสับสนว่าเราต้องการสมัครงานตำแหน่งอะไร อย่างน้อยให้เขียนชื่อตำแหน่งที่ต้องการสมัครไว้ก็ยังดีค่ะ
11. ต้องการเปลี่ยนสายงาน เขียนเรซูเม่อย่างไร
เริ่มต้นด้วย การหาจุดเชื่อมโยงกันระหว่างตัวเรา กับงานในปัจจุบัน และตำแหน่งในสายงานใหม่ที่ต้องการสมัคร ว่ามีสิ่งใดที่นำมาเป็นจุดเด่นในการเขียน resume ได้บ้าง อาจเป็น
- ทักษะที่ใช้ในการทำงานที่เหมือนกัน ซึ่งเราสามารถดึงทักษะนั้นมาเขียนเป็นจุดขายใน resume ของเราได้ แล้วอธิบายเป็นข้อย่อยว่าผ่านงานอะไรมาบ้างในทักษะนั้น
- หรืออาจเป็น ความสามารถพิเศษ ที่เรามี และจำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับ การทำงานในตำแหน่งที่ต้องการสมัคร
- หรืออาจเป็น รางวัลความสำเร็จต่าง ๆ ที่ผ่านมา เช่น ใบประกาศนียบัตรที่เคยได้รับ ถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล รางวัลชมเชย ผลงานที่ผ่านมาที่เกี่ยวข้องกับงานที่ต้องการสมัคร ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่เล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหน ขอให้เกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สมัครก็เขียนในเรซูเม่ได้ทั้งนั้นค่ะ
- หรืออาจเป็น ความสนใจพิเศษอื่น ๆ ของเราที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานใหม่ที่ต้องการสมัคร
เขียนเฉพาะหัวข้อที่เรามีคุณสมบัติ แล้วอธิบายรายละเอียดเป็นหัวข้อย่อยเรียงลำดับลงมา ฟอร์แมตแบบ functional จะช่วยเน้นทักษะและดึงจุดเด่นในตัวเราออกมาได้ และแอดมินแนะนำฟอร์แมตการเขียนแบบผสมที่จะช่วยให้เข้าใจทั้งเรื่องทักษะและลำดับเวลาง่ายขึ้น
12. ไม่แน่ใจว่าจะใช้ Tense อะไรในการเขียน resume ภาษาอังกฤษ?
บทความที่เกี่ยวข้อง
- 5 ข้อควรทำ vs ไม่ควรทำในการเขียน resume สมัครงาน + เคล็ดลับให้ได้งาน
- รวบรวมประโยคตัวอย่างการเขียน resume ภาษาอังกฤษแบ่งตามหัวข้อ
- ตัวอย่าง resume เวอร์ชั่นเต็มสำหรับนักศึกษาจบใหม่ ครบทุกหัวข้อ
- Template เรซูเม่ช่วยจัดระเบียบเนื้อหาการเขียน
ขอบคุณรูปภาพจาก www.freepik.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
About me
- แอดมินเอ้
- Blog นี้เพื่อสังคมและยกระดับชีวิตคนไทยในระยะยาว | resume มีวิธีเขียนหลายแบบ ไม่มีแบบที่ดีที่สุด แต่เรซูเม่ที่บอกได้ว่าเราเหมาะกับงานที่สมัคร จะเป็นเรซูเม่ที่ทำให้ได้งานค่ะ | ขอให้ทุกคนได้ทำงานที่รักและมีความสุขกับงานนะคะ
FB: เรซูเม่ครีเอ้ทีฟ
มีต.ย.คละอยู่ในหลายโพสต์ ลองเสิร์ชได้น้า เช่น logistic จบใหม่ บัญชี service account communication HR
บทความที่ได้รับความนิยม
-
การเขียนจุดมุ่งหมายในอาชีพ Job Objective ในเรซูเม่ภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาจบใหม่ เราสามารถดึงจุดเด่น ทักษะ หรือความสามารถต่าง ๆ ของเราออกมาเ...
-
ดูประโยคตัวอย่างเพื่อเป็นแนวทางในการเขียน resume ภาษาอังกฤษ จะทำให้เขียนเรซูเม่ได้ง่ายขึ้นค่ะ ตัวอย่างประโยคด้านล่างนี้ แบ่งตามหัวข้อค่ะ ดูร...
-
หัวข้อจุดมุ่งหมายในการทำงานจะเป็นหัวข้อแรก ๆ ที่ HR จะได้เห็นเมื่ออ่านเรซูเม่ของเราค่ะ เราจึงควรบอกตำแหน่งที่เราสมัครลงไปในหัวข้อนี้ เพื่อท...
-
อัพเดตเทมเพลต resume ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใช้ง่ายและมีให้เลือกเยอะกว่าเดิมด้วย Canva, หรือแบบใช้ง่ายและคุ้นเคยใน Ms Word, เพิ่มเติมด้วยเ...
-
แม้จะไม่มีประสบการณ์ทำงานและเป็นน.ศ.จบใหม่ ก็สามารถเขียน resume ได้ค่ะ โดยนำประสบการณ์จากทุกกิจกรรม และจากทุกชั้นปีที่เรียน มาเขียนในเรซูเ...
-
หัวข้อคุณสมบัติเด่นใน resume นี้เปิดกว้างมากค่ะ เราสามารถเขียนทุกอย่างในตัวเราในทุกแง่มุมได้หมดเลย ขอแค่เป็นคุณสมบัติที่ดีเท่านั้น อะไรท...
-
เราเขียนหัวข้อทักษะ Skills เพื่อบอกให้ HR ทราบว่าเรามีทักษะและความสามารถด้านใดบ้าง ทักษะในโลกนี้มีอยู่มากมาย ไม่มีทักษะใดสำคัญกว่าทักษะใด ...
-
หัวข้อประสบการณ์เป็นหัวข้อที่ HR อยากทราบมากที่สุดว่าเรามี background อะไรมาบ้าง ยิ่งถ้าเรามีประสบการณ์ที่ผ่านมา เป็นสายงานเดียวกันหรือเก...
-
เทมเพลตสำหรับ resume ภาษาไทยและภาษาอังกฤษแบบ easy สุด ๆ ไม่ต้องต่อเน็ต แค่มีโปรแกรม Ms Word (ไมโครซอฟท์เวิร์ด) เท่านั้น เริ่มกันเลย Step...
-
หัวข้อบุคคลอ้างอิงนี้ เป็นหัวข้อทางเลือกค่ะ เราสามารถเลือกที่จะเขียนหรือไม่เขียนก็ได้ เพราะฝ่ายสรรหาจะรู้อยู่แล้วว่า จะสามารถขอจากผู้สมัครไ...


